ภาพถ่ายสินค้านั้น ถือเป็นปัจจัยอันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการซื้อของลูกค้าเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง เช่น

  • ภาพสินค้าสวยงามจะช่วยดึงดูดให้คนที่เข้ามาชมหน้าเว็บร้านค้าของเราให้สนใจดูสินค้าชิ้นอื่นๆ อีก
  • ภาพสินค้าสามารถแสดงรายละเอียดของสินค้าได้ดี
  • ภาพสินค้าที่ดีสามารถสร้างเสริมจุดเด่น ช่วยลดจุดด้อยของสินค้าได้
  • ทำให้เกิดภาพลักษณ์ดี มีความเป็นมืออาชีพ มีความน่าเชื่อถือ

หลายๆ คนอาจจะคิดว่าการถ่ายภาพให้ดูเป็นมืออาชีพนั้นเป็นเรื่องยาก ต้องมีกล้องแพงๆ อุปกรณ์แพงๆ แต่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป เราลองมาดูกันดีกว่าว่าเทคนิคการถ่ายรูปภาพสินค้ามันจะง่ายขนาดไหน

เตรียมอุปกรณ์ ให้พร้อมก่อนถ่ายรูปจริง

  • สินค้า ต้องเตรียมอุปกรณ์ที่เราจะถ่ายนั่นคือ สินค้าของเรานั่นเอง
  • Background เช่น กระดาษแข็งสีต่างๆ ผ้าสีต่างๆ หรือจะนำสินค้าไปถ่ายยังสถานที่ต่างๆ ตามที่เราต้องการ ในส่วนของฉากถ่ายสินค้านั้น ควรคำนึงถึงเรื่อง Theme ในการตกแต่งร้านค้าออนไลน์ของเราด้วย
  • โคมไฟ ง่ายๆคือโคมไฟธรรมดาๆ บ้านๆ นี่แหละ แต่อาจจะต้องใช้หลายตัวหน่อย
  • กล้องถ่ายรูป ตามสะดวก แต่ถ้าจะให้แนะนำอยากให้ใช้เป็นกล้อง DSLR หรือกล้องสามารถใช้งานโหมด Manual ได้ มันช่วยให้การถ่ายภาพง่ายขึ้นอีกทั้งยังประหยัดเวลา
  • Photoshop ใช้สำหรับตกแต่งแก้ไขภาพถ่ายในบางจุด และเอาไว้ทำลายน้ำได้อีกด้วย
  • นอกจากนี้ใครจะมีพร็อบอื่นๆ ก็ตามสะดวก

การจัดแสง

เรื่องของการจัดแสงนั้น เป็นศาสตร์แบบไม่มีการตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบแสงกับสินค้าของเราแบบไหนมากกว่ากัน

ลงมือถ่ายกันเลย

  • ตั้งฉาก โดยใช้อุปกรณ์ที่เตรียมไว้ นั่นก็คือ กระดาษแข็งสีขาว จัดให้เป็นลักษณะตั้งขึ้นมา
  • จัดวางสินค้า จัดท่าจัดทางเพื่อให้สินค้าดูดีที่สุด
  • ลงมือถ่ายภาพหลายๆมุม แต่ต้องเห็นองค์ประกอบและลายละเอียดของสินค้าให้ครบถ้วน
  • ขั้นตอนนี้ให้ใช้หลอดไฟ 1 ดวง วางในทิศทางต่างๆกัน เริ่มจาก แสงทางเดียวเยื้องทางด้านหลัง , แสงทางเดียว เยื้องทางด้านหน้า , แสงทางเดียวเยื้องทางด้านบน

พอเราใช้แสงทางเดียวกันครบแล้วก็เพิ่มมาใช้แสง 2 ทางกันบ้าง แสง 2 ทาง เยื้องทางด้านหน้า , แสง 2 ทาง เยื้องทางด้านหลังกับหน้า ในทิศทางตรงกันข้าม , แสง 2 ทาง เยื้องทางด้านหน้าและด้านบน

ต่อมาใช้แสง 3 ทาง วิธีนี้เป็นวิธียอดฮิต เพราะมันเหมาะสมในหลายๆสถานการณ์ คือ ใช้แสง 3 ทาง เยื้องจากทางด้านหน้า 2 ด้านและ ทางด้านหลัง 1 ด้าน

เพียงเท่านี้คุณก็จะได้วิธีการใช้แสงที่คุณชอบที่สุด และเหมาะกับสินค้าของคุณมากที่สุด เป็นวิธีช่วยพัฒนาสินค้าของคุณให้ขายได้ง่ายยิ่งขึ้น